Typhoon Logo
TYPHOON
วิดีโอย้อนหลังและสรุปประเด็นสำคัญจากงาน Typhoon เฮ็ดให้ AI ใจอีสาน

วิดีโอย้อนหลังและสรุปประเด็นสำคัญจากงาน Typhoon เฮ็ดให้ AI ใจอีสาน

New Release
Typhoon Isan
ASR
Dialect
NLP

เจาะลึกเรื่องการสร้าง AI ภาษาถิ่นและการนำมาประโยชน์ใช้ให้ตอบโจทย์ความท้าทายต่างๆ ในไทยโดยเฉพาะในภาคอีสาน

Oravee (Orn) Smithiphol

Oravee (Orn) Smithiphol

11 ธันวาคม 2568

วิดีโอย้อนหลังและสรุปประเด็นสำคัญจากงาน Typhoon เฮ็ดให้ AI ใจอีสาน

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทีม SCB 10X จัดงาน "Typhoon เฮ็ดให้ AI ใจอีสาน" ซึ่งนอกจากจะเป็นการเปิดตัวผลงาน
Typhoon Isan แล้ว ยังเป็นความตั้งใจที่จะทำให้เป็นงานที่เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และพูดคุยกัน ทั้งในมุมมองของทีมวิจัยที่สร้างโมเดล รวมไปถึงมุมมองของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในเทคโนโลยีดังกล่าว

สำหรับคนที่พลาดงานดังกล่าวหรือต้องการรับชมย้อนหลัง สามารถรับชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้แล้ว

ในฐานะผู้ร่วมจัดงานและหนึ่งในผู้ดำเนินรายการของงานนี้ เราได้สรุปประเด็นสำคัญเอาไว้แล้วในบทความนี้ การสรุปนี้เป็นการสรุปแบบไม่ได้เรียงลำดับตามลำดับการพูดคุยในงาน แต่เรียงลำดับจากหัวข้อของประเด็นที่เราได้คัดประเด็นมาแล้ว เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ Insights สำคัญแบบกระชับและไม่มีเวลารับชมวิดีโอเต็มๆ ทั้งหมด

ช่องว่างในการสื่อสาร

น.พ.กิติภูมิ จุฑาสมิต อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้มาเล่าสู่กันฟังถึงประสบการณ์การเป็นนายแพทย์ที่เติบโตที่กรุงเทพฯ ไปทำงานรักษาคนไข้ที่จังหวัดศรีสะเกษ พบเจอกับหลายเหตุการณ์ที่แพทย์และคนไข้สื่อสารคลาดเคลื่อน

ตัวอย่างเช่น มีครั้งหนึ่งที่คุณหมอเคยรักษาคนไข้ชาวนาหญิงรายหนึ่งซึ่งมีอาการไข้สูง (ภายหลังพบว่าเป็นไข้ฉี่หนู) หลังจากที่นอนโรงพยาบาลไปหลายวันก็ดูเหมือนอาการดีขึ้นแล้ว แต่เมื่อคุณหมอสอบถามอาการกับคนไข้ว่าอาการเป็นอย่างไร ก็ได้รับคำตอบว่า “ไคแหน่”

"ไค" ในอีสาน เสียงวรรณยุกต์ใกล้เคียงกับ "ไข้" ในไทยกลาง คนภาคกลางเลยได้ยินเพี้ยนว่า "ไข้" เมื่อได้ยินแล้วจึงคล้ายกับคำว่า "ไข้แน่" ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าคนไข้ยังไม่หายดี ทั้งที่จริงแล้วความหมายของ “ไคแหน่” หมายถึง "ดีขึ้นแล้ว"

นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างของการแปลตรงตัวแบบผิวเผินแต่ไม่เข้าใจบริบทก็นำมาสู่ความเข้าใจผิดได้อีกเช่นกัน คุณหมอยกตัวอย่างว่าเคยพบกับคนไข้แจ้งว่า "ผิดกระบูน" คุณหมอไม่เข้าใจคำว่ากระบูนจึงนำไปสอบถามผู้อื่น ได้คำตอบมาว่ากระบูนแปลว่า "มดลูก" จึงเข้าใจว่าเคสนี้ควรส่งต่อให้หมอสูตินรีเวช แต่เมื่อหมอสูตินรีเวชตรวจแล้วก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ ของมดลูกเลย

ต่อมาจึงได้เข้าใจภายหลังว่าเกิดจากความเข้าใจผิด ถึงแม้ว่า "กระบูน" จะแปลว่า "มดลูก" แต่คำกล่าวว่า "ผิดกระบูน" แปลว่า อาการคลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย หน้ามืด เป็นลม เช่น อาหารเป็นพิษ (เทียบเท่า "ผิดสำแดง" ในภาษากลาง) อันเกิดจากความเชื่อท้องถิ่นว่ากระบูนเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกายและเป็นประโยคที่ใช้กันทั่วไปได้กับทุกเพศ

ตัวอย่างต่างๆ เหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า "ภาษาเชื่อมโยงกันกับความเชื่อและวัฒนธรรมท้องถิ่น" และการจะเข้าใจกันได้อย่างลึกซึ้งนั่นคือการต้องเข้าใจกันได้ทั้งภาษาและวัฒนธรรม

ภาษาถิ่นในประเทศไทย...อาจสูญหายในอนาคต

​ผศ.ดร. สุมิตรา สุรรัตน์เดชา อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาศาสตร์ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับงานวิจัยของอาจารย์ในด้านการสืบสานและฟื้นฟูภาษาถิ่นและภาษาชาติพันธุ์ที่น่าสนใจไว้หลายประเด็น

รู้หรือไม่ว่าในประเทศไทยมีภาษาที่ใช้กันอยู่มากถึงประมาณ 85 ภาษา แน่นอนว่าภาษาอีสานก็เป็นหนึ่งในนั้น

ถ้ามองดูในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศอินโดนีเซียกำลังมีความเสี่ยงเรื่องการสูญเสียภาษามากที่สุด เพราะมีการคาดการณ์ว่าอินโดนีเซียจะสูญเสียภาษามากถึง 50% ของจำนวนภาษาทั้งหมดที่มี ตามมาด้วยประเทศไทยเป็นอันดับที่สองโดยมีความเสี่ยงที่จะสูญเสีย 34 ภาษาจากทั้งหมด 85 ภาษาที่มี

ดร. สุมิตรา ได้เปิดเผยถึงวาระระดับโลกในเรื่องของความพยายามนำเอานวัตกรรมมาช่วยในเรื่องการสืบสานภาษาและอาจารย์เองก็ทำโครงการที่ร่วมมือกับองค์กรนานาชาติในเรื่องนี้ นั่นเป็นเพราะว่าดิจิทัลคือช่องทางการสื่อสารสำคัญของคนยุคปัจจุบัน หากภาษาใดยังไม่มีพื้นที่บนโลกดิจิทัล ภาษานั้นก็จะหลุดออกจากโอกาสในการใช้งานและเสี่ยงต่อการสูญหาย

คุณค่าของภาษานั้นคือภาษาเป็นคลังความรู้ มรดก วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของคนที่พูดภาษาในท้องถิ่นนั้น ดังนั้นการสูญเสียภาษาหนึ่งภาษา จึงไม่ใช่แค่การสูญเสียแค่ภาษาแต่ยังรวมไปถึงการสูญเสียเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร สิ่งแวดล้อม ฯลฯ

AI for Low Resource Languages: TYPHOON จากปัญญาประดิษฐ์เชี่ยวชาญภาษาไทยสู่ภาษาถิ่น

คุณัชญ์ พิพัฒนกุล Lead AI Scientist ของ SCB 10X ได้เล่าถึงเส้นทางที่สรุปภาพรวมที่ผ่านมาของ Typhoon และเน้นย้ำภารกิจเรื่องการทำ AI สำหรับประเทศไทยเพื่ออุดช่องโหว่ต่างๆ ที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความถูกต้องแม่นยำ (Accuracy) การเข้าถึงได้โดยไม่ต้องใช้ต้นทุนสูง (Cost Efficiency) และรวมไปถึงเรื่องความสอดคล้องและเข้าใจในบริบทของคนไทยและประเทศไทย (Linguistic and Cultural Relevance)

โมเดลที่ผ่านมาของ Typhoon แสดงจุดเด่นในเรื่องความถูกต้องแม่นยำในภาษาไทยรวมถึงความเร็วและต้นทุนในการประมวลผลที่ราคาถูก ยกตัวอย่างเช่น โมเดล Typhoon ASR Real-time ที่ทดสอบแล้วว่าค่าใช้จ่ายในการประมวลผลจะมีราคาถูกกว่าการจ่ายค่า API ให้กับโมเดล Proprietary มากถึง 400 เท่า

แต่ก็ต้องยอมรับว่าทุกโมเดลที่ผ่านมาของ Typhoon เราเน้นไปที่ภาษาไทยกลางก่อนเป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่น หากต้องการใช้ Typhoon ASR Real-time เพื่อถอดเสียงภาษาถิ่นในไทย ก็จะยังไม่ได้ประสิทธิภาพที่น่าพึงพอใจเมื่อเทียบกับภาษาไทยกลาง ทางทีมจึงได้ริเริ่มโครงการวิจัยฝึกฝน AI ด้วยภาษาถิ่นโดยเริ่มต้นจากภาษาอีสานเป็นภาษาแรก

เหตุผลที่เลือกภาษาอีสานเพราะเป็นภาษาถิ่นที่มีจำนวนผู้พูดมากที่สุด ภาคอีสานมีประชากรในสัดส่วนถึงหนึ่งในสามของประเทศและมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่

นอกจากนี้นวัตกรรมที่มีเป้าหมายในการสืบสานภาษาถิ่นและทำให้ AI เข้าถึงได้สำหรับทุกคนนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ มีความพยายามในการพัฒนา AI ให้เข้าใจภาษาท้องที่มาแล้วในหลากหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นที่อินเดีย อินโดนีเซีย และประเทศในทวีปแอฟริกา เป็นต้น

มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ระบุว่าการที่ AI สามารถสื่อสารและเข้าใจภาษาถิ่นได้นั้นจะมีประโยชน์หลายประการ เช่น ลดอัตราการเกิดข้อผิดพลาดหรือความเข้าใจผิด ลดความไม่เท่าเทียม รวมถึงยังเพิ่มความพึงพอใจในการใช้งานมากขึ้น

ทีม Typhoon มองตัวอย่างต่างๆ เหล่านี้และเห็นความเป็นไปได้ในการทำจริง

ทดลองสร้าง Voice AI Agent Pipeline ที่ประกอบไปด้วย ASR, LLM และ TTS

โน้ตจากผู้เขียน: เนื้อหาส่วนนี้เป็นเนื้อหาที่เขียนเพิ่ม ไม่ได้อยู่ในเนื้อหาวันงานหรือในวิดีโอทั้งหมด

ปีที่แล้วทีม Typhoon เคยปล่อย Typhoon Audio มาก่อน ซึ่งเป็นโมเดล Research Preview ในตระกูล Audio LLM เสียงตอบรับที่ได้รับมาคือ Audio LLM ที่รองรับไฟล์เสียงทั้งขาเข้าและขาออกในตัวเดียวได้เลยนั้นมีความซับซ้อนมากกว่าในการปรับจูนให้ตอบโจทย์กับโดเมนที่ต้องการ

แนวทางที่เราพบว่าช่วยให้ปรับจูนและปรับปรุงคุณภาพส่วนต่างๆ ได้ดีกว่าคือ แทนที่จะทำ Audio LLM หนึ่งตัว เราแยกส่วนออกมาเป็น Pipeline ที่ประกอบไปด้วย 1. ASR รับเสียงขาเข้า ถอดเป็นข้อความ 2. LLM ประมวลผลข้อความ 3. TTS นำข้อความมาแปลงเป็นเสียงพูด ซึ่งช่วยให้ได้โมเดลที่ขนาดไม่ใหญ่และปรับปรุงความเร็วส่วนต่างๆ ได้ง่ายกว่า

นอกจากนี้ความต้องการในการนำไปใช้จริงของโมเดลแยกเฉพาะส่วนนั้นก็ชัดเจน เช่น Typhoon ASR ที่สามารถนำมาใช้ถอดเสียงการประชุมและสายโทรเข้า หรือสร้างแคปชันให้วิดีโอได้ เป็นต้น

การทำงานกับภาษาถิ่นต้องเริ่มต้นจากการกำหนดขอบเขตและกลไกมาตรฐานทางภาษาที่ชัดเจน

ความท้าทายสำคัญของการทำงานกับภาษาถิ่น คือ ภาษาถิ่นเป็นภาษาพูดและยังไม่ได้มีการกำหนดมาตรฐานการเขียนที่ชัดเจน

พอไม่มีมาตรฐานการเขียนก็ไม่มีข้อมูลข้อความที่เป็นระบบ การสร้างโมเดล ASR ที่ต้องถอดเสียงเป็นข้อความ หรือการจะเทรนโมเดล LLM ก็เป็นเรื่องลำบาก

ขั้นตอนที่ยากและใช้เวลามากที่สุดของการทำ AI ภาษาถิ่น จึงเป็นขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้ที่นักภาษาศาสตร์เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก ได้แก่

  1. กำหนดนิยามของภาษาอีสาน - จำแนกสำเนียงต่าง ๆ ในถิ่นอีสาน และหาลักษณะสำคัญที่มีร่วมกันอย่างกว้างเพื่อให้ได้สำเนียงที่มีความครอบคลุม

  2. สร้างระบบการสะกดคำและการถอดเสียง - กำหนดอักขรวิธีการสะกดคำที่มีหลักเกณฑ์ชัดเจน เป็นระบบ แต่ยังคงเป็นไปตามสัญชาตญาณของเจ้าของภาษา

  3. สร้างวิธีเก็บข้อมูลเสียงพูด - บันทึกเสียงพูดแบบสนทนาจากเจ้าของภาษา ให้พูดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ชี้นำด้วยการให้อ่าน

  4. สร้างกระบวนการกำกับข้อมูล - เพื่อให้ได้ชุดข้อมูลที่มีคุณภาพสูง การกำกับข้อมูลมีความสม่ำเสมอ

เนื่องจากเนื้อหาส่วนนี้มีรายละเอียดค่อนข้างมาก จึงเป็นส่วนที่เราอยากแนะนำให้รับชมวิดีโอย้อนหลังช่วง Behind The Scene Panel Discussion ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่นาทีที่ 10 ในวิดีโอ หรือรับชมในหัวข้อนี้ที่พูดคุยกับคุณอดิศัย ณ ถลาง Senior Linguist, SCB 10X โดยเฉพาะ ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่นาทีที่ 14 เป็นต้นไป

ทดลองสร้างโมเดลและคำนึงถึงการใช้งานจริงในระดับ Production

ก่อนจะมาเป็นโมเดลรุ่นที่มีความสามารถดีเพียงพอต่อการเปิดตัวในแต่ละครั้ง ทีมงานจะทำการทดลองกับ Model Architecture หลายๆ ตัวที่แตกต่างกัน และทดสอบดูผลลัพธ์

ดร. วริทธิ์ ศิริโชติดำรงค์ Research Scientist, SCB 10X ได้เล่าถึงโมเดล ASR ที่มีสองรุ่น ทั้งรุ่น Whisper ที่เป็นโมเดล ASR
โอเพนซอร์สชั้นนำ และรุ่น Real-time ที่ทีมทดลองสร้างขึ้นจากสถาปัตยกรรม FastConformer Transducer ของ NVIDIA เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพเรียลไทม์ที่ดี อันเป็นข้อจำกัดของโมเดลแบบ Whisper ในปัจจุบัน

สิทธิพงศ์ ศรีไพศาลมงคล Lead AI Engineer, SCB 10X แชร์ถึงการทดสอบมาแล้วหลายสถาปัตยกรรม TTS ตั้งแต่ Orpheus, Parler TTS, VITS เป็นต้น และสุดท้ายเลือก Orpheus

ภาพรวมในการตัดสินใจเลือกจะไม่เน้นเพียงแค่ความแม่นยำกับชุดทดสอบ (Benchmark) แต่จะเน้นที่ความเป็นไปได้จริงในการเอามาใช้ในงานระดับ Production ทั้งในแง่มุมเรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่ายและความเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งโมเดลที่คาดหวังให้ทำงานได้แบบเรียลไทม์ทั้ง ASR และ TTS เพื่อต่อยอดไปสู่การสร้าง Voice AI ที่ไหลลื่น

นอกจากนี้การลองผิดลองถูกกับการสร้างโมเดลของทั้งสอง ทำให้ได้เรียนรู้ถึงข้อจำกัดของกระบวนการเก็บข้อมูลตั้งแต่ต้นว่าหากใช้ข้อมูลเสียงที่เป็นเสียงอ่าน จะทำให้ได้เสียงพูดที่ไม่ค่อยรื่นไหลเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นฟีดแบ็กกลับไปยังทีมเก็บข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับการเทรนโมเดล

โอกาสของชุมชนและธุรกิจในภาคอีสาน

ตลอดการเสวนาที่ดำเนินรายการโดย ดร. ปรัชญา บุญขวัญ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ และการสื่อสาร (ICT), สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทางอาจารย์ซึ่งเป็นคนในสาย AI โดยตรงเองมองว่า NLP ภาษาอีสานมีความท้าทายสูง ระบบเสียงยาก หากทำได้สำเร็จก็จะเป็นจุดเริ่มต้นอันยิ่งใหญ่สู่ภาษาถิ่นอื่นๆ ได้

​ผศ. ประเสริฐ วิจิตรนพรัตน์ รองคณบดีฝ่ายวิจัย นวัตกรรม บริการวิชาการ และสื่อสารองค์กร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า คนอีสานเองมาเห็นอาจจะยังนึกไม่ออกว่า AI อีสานทำอะไรได้ เพราะความคุ้นชินกับการดำเนินชีวิตหรือธุรกิจ (Business as Usual)

แต่เมื่อตนได้ลองคิดดู ก็เห็นด้วยกับความสำคัญและบทบาทของ AI ภาษาถิ่นเพื่อช่วยในเรื่อง "การเพิ่มการเข้าถึงคน" ดังนั้นสินค้า บริการ หรือธุรกิจใดๆ ก็ตามที่ยังจำเป็นต้องสื่อสารกับคน ก็จะได้รับประโยชน์ในเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนอีสานที่อยู่แถบชานเมืองเป็นต้นไปที่คุ้นเคยกับการสื่อสารด้วยการ "พูด" เป็นหลัก

การพูดคุยโต้ตอบเป็นภาษาถิ่นได้ก็จะลดช่องโหว่ในการสื่อสาร ลดความเหลื่อมล้ำ และทำให้ได้รับการเปิดใจและเปิดรับมากขึ้น (Intimacy) เหมือนอย่างที่ ​ผศ.ดร. สุมิตรา สุรรัตน์เดชา เสริมเพิ่มเติมว่า "มากกว่าเข้าใจ คือการสื่อสารด้วย 'ภาษาที่ใกล้หัวใจ' เขาที่สุด"

​ผศ. ประเสริฐ ยกตัวอย่างคำเช่น "หนหวย" ซึ่งหมายถึง "อึดอัด" คำแสดงความรู้สึกนึกคิดที่แท้จริงนี้ หากสามารถสื่อสารกันได้อย่างตรงไปตรงมา ก็จะทำให้คนเชื่อมโยงและสานสัมพันธ์ได้ดีขึ้น เช่นเดียวกันกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้บริการและผู้รับบริการ

วีรินท์ ฉันทโรจน์ Head of Innovation Lab, SCBX เล็งเห็นถึงความสำคัญของภาคอีสาน ทั้งเรื่องขนาดเศรษฐกิจและขนาดของจำนวนประชากร เท่านั้นไม่พอ คนอีสานยังมีบุคลิก ลักษณะ และการทำมาหากินที่ต่างจากคนกรุงเทพ คนกรุงเทพจำนวนมากเป็นคนที่ทำงานรับเงินเดือน ในขณะที่ภาคอีสานจะมีสัดส่วนของผู้ประกอบการรายย่อยมากกว่า โดยเฉพาะธุรกิจแบบดั้งเดิม

สำหรับกลุ่ม SCBX ที่ให้บริการทางการเงินเป็นหลัก เข้าใจว่าการเงินเป็นเรื่องที่เข้าใจไม่ง่าย ผลิตภัณฑ์ทางการเงินหลายตัวอาจเข้าใจยาก กำแพงเช่น "กลัวทำผิด" "กลัวกด(แอป)ผิด" ก็ยังพบเห็นอยู่เป็นประจำ นอกจากนี้คนอีสานยังมีความคุ้นชินกับบริการของหน่วยงานท้องถิ่นหรือหน่วยงานของรัฐมากกว่า ดังนั้นเครื่องมือทางภาษาจะสามารถช่วยลดกำแพงการสื่อสาร เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่เข้าใจยากนั้นสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น และเพื่อให้การสื่อสารให้เปิดใจทดลองสิ่งใหม่ๆ เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในระยะยาวนวัตกรรมที่ดีคือนวัตกรรมที่สามารถ 1. รองรับลูกค้าได้ดี - Personalize ได้ตรงใจ และสร้างความพึงพอใจของลูกค้า 2. สามารถใช้ภายในองค์กรได้ เช่น ใช้เป็นเครื่องมือในการฝึกอบรมพนักงาน 3. สามารถใช้งานในระดับนโยบายได้ เช่น นำ AI มาช่วยในงาน Market Conduct เพื่อป้องกันความเสี่ยง

​ผศ. ประเสริฐ วิจิตรนพรัตน์ ยังย้ำถึงการนำไปใช้ที่ไกลกว่าภาคธุรกิจทั่วไป นั่นคือภาคการบริการของรัฐและภาคการศึกษาคือภาคที่จะมีโอกาสได้รับประโยชน์สูงจากเทคโนโลยีนี้ ดังนั้นการสร้างเครือข่ายระหว่างชุมชนและภาคต่างๆ ในพื้นที่ จะเป็นเรื่องสำคัญหลังจากนี้ในการทำให้เทคโนโลยีนี้สามารถใช้จริงในชุมชนได้และอยากเชิญชวนให้ชุมชนนำเทคโนโลยีนี้ไปต่อยอดต่อในอนาคต

ท้ายที่สุดคุณวีรินท์ ฉันทโรจน์ เน้นย้ำว่า AI เป็นจิ๊กซอว์สำคัญแต่ไม่ใช่ภาพที่สมบูรณ์โดยตัวมันเอง สุดท้ายนักพัฒนาต้องต่อยอดให้ใช้ได้จริง ภาคธุรกิจหรือภาคผู้สร้างนวัตกรรมต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงกระบวนการ และการสื่อสารกับคน เพื่อทำให้จิ๊กซอว์ AI นี้กลายเป็นภาพจริงที่สมบูรณ์และช่วยสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน

มาร่วมกันใช้งาน Typhoon Isan

Typhoon Isan นั้นประกอบด้วยโมเดล ASR แบบโอเพนซอร์สและชุดข้อมูลต่างๆ รอให้คุณได้นำไปต่อยอดใช้งานกับธุรกิจและชุมชนของคุณอยู่ สำหรับรายละเอียดของ Release ทั้งหมดสามารถดูได้ที่รายชื่อ Typhoon Isan Release